โรคหน้าร้อนอันตรายถึงตาย

On March 20, 2018, Posted by , In Health News, With Comments Off on โรคหน้าร้อนอันตรายถึงตาย

ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ คือประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งคาดว่าฤดูร้อนจะกินเวลานานถึงกลางเดือน พ.ค. เลยทีเดียว นั่นเท่ากับว่าประชาชนจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนชนิดที่หลายคนเปรียบเปรยว่าร้อนจนปรอทแทบแตก แต่นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งมักจะมาพร้อมๆกับหน้าร้อนเสมอเหมือนเงาตามตัว นั่นก็คือ ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ

โดยเฉพาะ 4 โรค ที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยข้อมูลจาก สำนักระบาดวิทยา ระบุว่า
1.โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก ในปี 2560 พบผู้เสียชีวิต 21 ราย ส่วนปี 2561 แม้ยังไม่พบมีผู้เสียชีวิต แต่มีการคาดการณ์ว่าจะพบผู้ป่วยสูงถึง 400 คนต่อเดือน และนั่นถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลเพราะหากประชาชนไม่มีความรู้ ในจำนวนผู้ป่วยดังกล่าวอาจต้องมีครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากโรคลมแดดเลยทีเดียว ดังนั้น หากมีอาการปวดมึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ตัวร้อน กระหายน้ำ เหงื่อออกมากจนไม่มีเหงื่อ หัวใจเต้นแรง เป็นตะคริว เดินเซ การช่วยเหลือขั้นต้น คือ นำผู้ป่วยเข้าที่ร่ม นอนราบกับพื้นยกเท้าทั้ง 2 ข้าง คลายเสื้อผ้าให้หลวม เทน้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำที่สุด ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบตามข้อพับต่างๆ แต่หากถึงขั้น เป็นลมหมดสติ ควรรีบนำส่งแพทย์ เพราะหากช่วยไม่ทันอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
2.โรคอาหารเป็นพิษหรือท้องร่วง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 มี.ค. พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 25,550 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่เมื่อปี 2560 พบผู้ป่วย 108,153 ราย เสียชีวิต 3 ราย การป้องกันทำได้ โดยการบริโภคอาหารที่ปรุงสุกร้อนและสะอาด นอกจากนี้ ควรจัดเก็บอาหารให้ปลอดภัยจากสัตว์และแมลงพาหะต่างๆ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค โดยอาการที่ควรไปพบแพทย์คือเข้าห้องน้ำหลายครั้งและมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดท้องรุนแรง หน้ามืด ยิ่งต้องรีบพบแพทย์ และดื่มน้ำผสมเกลือแร่เติมสารเหลวเข้าร่างกายเพื่อป้องกันอาการช็อกและเสียชีวิต
3.โรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-16 มี.ค. พบผู้เสียชีวิต 5 ราย ใน 5 จังหวัด คือ จ.สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนในปี 2560 พบผู้เสียชีวิต 11 ราย นอกจากนี้ หากเจาะลึกลงไปจะพบว่า ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการประกาศพื้นที่โรคระบาดชั่วคราวแล้ว 22 จังหวัด โดยโรคพิษสุนัขบ้านั้นสามารถป้องกันได้ คือหากถูกสุนัขแม้จะเป็นเพียงลูกสุนัข รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ข่วน ต้องล้าง แผลใส่ยาก่อนไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและฉีดวัคซีนป้องกัน
4.โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 มี.ค. พบผู้ป่วย 3,651 ราย เสียชีวิต 9 ราย และมีการคาดการณ์ว่า จะพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 75,00 0ราย เพิ่มจากปี 2560 ร้อยละ 29 ประกอบกับสภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน มีฝนตกสลับกับมีอากาศร้อน อาจทำให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมา โดยผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการไข้สูงมากโดยฉับพลัน 2-3 วัน ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังแขนขาและข้อพับ หากมีอาการดังกล่าวขอรีบพบแพทย์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Comments are closed.