แนวทางเพื่อเลือกซื้อ คอนโดติดติด BTS

On September 25, 2017, Posted by , In News, With Comments Off on แนวทางเพื่อเลือกซื้อ คอนโดติดติด BTS

แนวทางเพื่อเลือกซื้อ คอนโดติดติด BTS บทความนี้เราจะมาว่ากันเรื่องการเลือกซื้อคอนโดเพื่อลงทุนเก็งกำไร หรือซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่ากัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตในวงการอสังหา ไม่ว่าจะเป็นซื้อโครงการนี้คุ้มมั้ย? หรือโครงการไหนที่ปล่อยเช่าได้ราคาดี แบบว่าได้ค่าเช่าเยอะกว่าค่าผ่อนแบงค์รายเดือน เป็นต้น

การซื้อคอนโดเพื่อเก็งกำไรกับซื้อเพื่ออยู่อาศัยนั้นมีแนวคิดที่แตกต่างกันอยู่นะคะ พูดง่ายๆว่าถ้าซื้อเพื่ออยู่เอง ก็คือตอบโจทย์ที่ตัวเองชอบ คือเป็นทำเลที่คุ้นเคย ใกล้แหล่งความสะดวกของตัวเอง ห้องก็เอาแบบที่ตัวเองชอบ ราคาตรงตามกับความต้องการของตัวเอง ขณะที่คอนโดที่เหมาะกับการเก็งกำไรปล่อยเช่านั้นมีแนวคิดเริ่มต้นที่แตกต่างกันอยู่หลักๆดังนี้

1. ทำเลและกลุ่มผู้เช่า
การเลือกทำเลคอนโดเพื่อลงทุนปล่อยเช่าเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะ ถ้าทำเลไม่ดี ขายยาก ปล่อยเช่ายาก ราคาก็ไม่ขยับ แต่ถ้าคอนโดทำเลดี ราคามักจะสูง ปล่อยเช่าก็ง่ายมีคนเช่าตลอดค่ะ การเลือกทำเลเพื่อปล่อยเช่านั้นต้องดูกลุ่มคนที่เราต้องการให้ปล่อยเช่าเป็นหลักค่ะ

2. การซื้อคอนโดและผ่อนกับโครงการ

เรื่องสำคัญเรื่องแรกๆที่ต้องคำนึงถึงเลย คือค่าใช้จ่ายรายเดือนของคอนโดที่เราซื้อไว้นั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะค่าผ่อนธนาคาร ค่าส่วนกลาง ค่า กองทุน เพราะว่าเราจะได้เอาค่าใช้จ่ายพวกนี้มาคิดผลตอบแทนจากค่าเช่ารายปีว่าที่เราได้มันจะคือกี่เปอร์เซนต์ คุ้มค่ากว่าการลงทุนในด้านอื่นๆหรือเปล่า? เราจ่ายในระยะยาวไหวมั้ย ประมาณนี้

ตัวอย่าง

สมมติเราซื้อคอนโดโซนสุขุมวิท โดยมีราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่ประมาณ 90,000 บาท ห้องขนาด 33 ตรม. ราคา2,950,000 บาท

และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกดังนี้ค่ะ

ค่ากองทุนส่วนกลาง 350 บาทต่อตรม.จ่ายครั้งเดียว = 11,550 บาท
ค่าโอน 1% (ใครได้โปรฟรีโอนไปก็ไม่ต้องคิดอันนี้นะคะ) = 29,500 บาท
ค่าเฟอร์นิเจอร์ สำหรับปล่อยเช่า = 100,000 บาท
ค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า = 50,000 บาท
ค่าโอนมิเตอร์น้ำ ไฟ อากรแสตมป์ ฯลฯ = 6,000 บาท
ค่าส่วนกลางตารางเมตรละ 35 บาท หรือคิดเป็นเดือนละ = 1,155 บาท
จากข้อมูลข้างบนต้นทุนของคอนโดเราจะอยู่ที่ 3,147,050 บาท โดยที่ยังไม่รวมค่าส่วนกลางลงไปในนี้ ทีนี้เราควรจะปล่อยเช่าเท่าไหร่ดี?

3. ตัวโครงการ

อีกเรื่องที่สำคัญก็คือการเลือกโครงการและเช็ครายละเอียดโครงการดีๆ ว่าเป็นโครงการที่ดีน่าเช่าหรือไม่นะคะ จริงๆก็ตามปกติคือยิ่งชั้นสูง ยิ่งแพง ยิ่งปล่อยเช่าง่าย ส่วนทิศต้องดูทำเลที่ตั้งและตึกรอบข้างค่ะ ว่าวิวทิศไหนสวย โดนบังหรือไม่ ส่วนมากถ้าวิวรอบๆไม่มีอะไรน่าสนใจ วิวในห้องที่เห็นวิวสระว่ายน้ำหรือพื้นที่ส่วนกลางจะเพิ่มมูลค่าให้ห้องได้มากกว่าค่ะ

ทิศ พยายามหาด้านที่หันหน้า หรือ ข้าง ไปทางทิศตะวันออก เพราะว่าจะได้รับแดดเช้า ส่วนตอนบ่าย ไม่โดนแดด ตอนค่ำกลับเข้ามาห้องจะได้ไม่ร้อน ถ้า เลือกทิศอื่นไม่ได้จริงๆ ก็พยายาม เลี่ยงอย่าให้ห้องหันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งจะเจอแดดตอนบ่าย และเย็นๆ ห้องร้อนอยู่ไม่สบายค่ะ แต่อันนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักกันกับเรื่องวิวอีกทีนะคะ บางโครงการนี่วิวทิศตะวันตกก็สวยกว่าวิวทิศอื่น ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูอีกที ถ้ามีงบ แนะนำเลือกห้องมุม จะได้วิวสองด้าน มีจุดขายเพิ่มขึ้นอีกจุด

พื้นที่ส่วนกลาง ควรต้องอยู่ตึกเดียวกัน เพราะถ้าเกิดว่าฝนตกขึ้นมา จะได้เดินไปมาสะดวก ไม่เปียกฝน และยิ่งสระว่ายน้ำอยู่ชั้นสูงๆ วิวจะดีและมีความเป็นส่วนตัวกว่าสระว่ายน้ำไว้ชั้นล่างค่ะ ต้นทุนในการสร้างก็สูงกว่าด้วย ไม่แนะนำชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำถ้าระเบียงหันไปทางสระว่ายน้ำ/สวน เพราะเสียความเป็นส่วนตัวไปมาก เคยเดินเล่นที่สวนลอย มองเข้าไปเห็นหมดว่าห้องนี้เล่นเกมส์อะไรอยู่ ห้องนั้นดูหนังเรื่องอะไรอยู่

เลือกโครงการมีชื่อเสียงและ น่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ในเรื่องการสร้างคอนโดมิเนียม เป็นโครงการที่สภาพแวดล้อมดี ชุมชนหรือสังคมที่ดี ซึ่งทำให้ในอนาคตก็จะปล่อยขายง่าย ถ้าเราไม่เลือกโครงการดีๆแล้ว หากผ่อนกับโครงการไปได้ระยะหนึ่งแล้ว เกิดโครงการเจ๊ง สร้างไม่เสร็จขึ้นมา จะเกิดปัญหาได้ ทำให้เกิดความเสี่ยงตามมานั่นเอง

Comments are closed.