สอนลูก…และสอนพ่อแม่ของลูก (ด้วย)

On February 5, 2018, Posted by , In Health News, With Comments Off on สอนลูก…และสอนพ่อแม่ของลูก (ด้วย)

มากไปกว่าความเศร้าและความหดหู่สะเทือนใจทุกครั้งที่ได้ยินข่าวการล่วงละเมิดในเด็กเยาวชน โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำเป็นครูบาอาจารย์ หรือบางครั้งก็เป็น “ผอ.โรงเรียน” นั่นหมายความว่า ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่เราต้องทำอะไรมากกว่านี้ เพื่อป้องกันเด็กเยาวชนของเรา ต้องมีมาตรการที่ดีและเข้มงวดกว่านี้หรือไม่ เพื่อคัดกรองคนแย่ๆ ไม่ให้เข้าถึงเด็กเยาวชน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดทำโครงการ “สิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูก” เครื่องมือดูแลลูกยุคใหม่ ที่สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่เด็กจากเรื่องใกล้ตัวที่ทำได้ง่าย เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. เล่าว่า โครงการฯ คือการสอนพ่อแม่ให้เลี้ยงลูกตามหลักพัฒนาการเด็ก นั่นหมายถึง จะสอนลูกก็ต้องสอนพ่อแม่ของลูกก่อน หลายกรณีที่เกิดขึ้นในสังคมของเราเวลานี้ สะท้อนให้เห็นว่า สภาพแวดล้อมโดยทั่วไป คนในสังคมไม่ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทของตัว “ถ้าเป็นเด็ก ก็มีหน้าที่เรียนรู้พัฒนาตัวเอง เมื่อเป็นครู ก็ต้องเป็นครูที่ดี ให้ความรู้แก่ศิษย์ มีคุณธรรมจริยธรรม หรือถ้าเป็นแม่เป็นพ่อ ก็ต้องทำหน้าที่บทบาทของการเป็นผู้ปกครองที่ดี เด็กมีโอกาสเคว้งคว้างหรือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ถ้าคนรอบตัวของเขาไม่ทำหน้าที่” ดร.วรนาท รักสกุลไทย ผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาปฐมวัย สสส. เล่าว่า การทำให้คนทำหน้าที่ของตัวเอง จุดประกาย สสส.ให้คิดโครงการสอนพ่อแม่เลี้ยงลูก การทดสอบสติปัญญาอารมณ์ของเด็กปฐมวัยทั่วประเทศครั้งล่าสุดยังสะท้อนว่า จะเสี่ยงเกินไปถ้าไม่เริ่ม อย่างน้อยก็ช่วยให้พ่อแม่มีหลักยึด อย่างน้อยเด็กไม่เติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นมีปัญหา ไม่เป็นพ่อแม่สร้างปัญหา “ต้นทุนชีวิตคือการลงทุนด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยการติดตามผลพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั่วประเทศ เราไปตามเป้าไม่ได้ เด็กต่ำกว่า 5 ขวบมากกว่า 30% ล่าช้ากว่าเกณฑ์” สมองของมนุษย์จะพัฒนาต่อเนื่องกระทั่งอายุ 25 ปี การพัฒนาเด็กเยาวชนจึงต้องพัฒนาต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เด็กเยาวชนในบ้านเราขาดทักษะการใช้ชีวิต ขาดทักษะการเอาตัวรอด ขาดทักษะการปฏิเสธสิ่งยั่วยุ บกพร่องในกระบวนการแก้ปัญหา บกพร่องเรื่องความรับผิดชอบ ทักษะการใช้ชีวิตเหล่านี้ต้องเสริมสร้างตั้งแต่ปฐมวัย นอกจากนี้ เมื่อเด็กโตขึ้น ก็ต้องรักษาและเสริมสร้างต่อเนื่อง ซึ่งทักษะต่างๆ โดยเฉพาะทักษะเรื่องการตระหนักรู้และเท่าทัน ไม่ควรเน้นแต่ด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว เพราะจะกลายเป็นเด็กที่เอาตัวไม่รอด แก้ปัญหาไม่เป็น คิดไม่เป็น สรุปว่ายุทธศาสตร์ต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย เล็งเห็นความสำคัญก่อนที่จะสาย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Comments are closed.